Welcome, Guest. Please login or register.

Login with username, password and session length

 
Advanced search

19133 Posts in 2061 Topics- by 30 Members - Latest Member: 1558942436

July 24, 2019, 12:24:52 PM
ติวเตอร์ออนไลน์ ชุมชนคนรักเรียนห้องเรียนหมวดวิชาเคมีเคมี พันธะเคมี 1+2 : พี่ยอด
Pages: [1]   Go Down
Print
Author Topic: เคมี พันธะเคมี 1+2 : พี่ยอด  (Read 6664 times)
TUTOR9523
Guest
« on: April 23, 2012, 02:54:32 PM »

จากแบบฝึกหัด หน้า 18 จงเปรียบเทียบรูปร่างพันธะสภาพขั้วของพันธะโคเวเลนต........... มีคำถามอยากถามพี่อยู่ 2 ข้อค่ะ

1 . มีข้อสงสัยในการเฉลยอยู่ค่ะ
ข้อ 6.HF แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล พี่เฉลยว่าเป็ยแรงระหว่างขั้ว แต่น้องคิดว่าเป็น พันธะไฮโดรเจน
ข้อ 12.PCl5 แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล  พี่เฉลยว่าเป็ยแรงระหว่างขั้ว แต่น้องคิดว่าเป็น ลอนดอน เพราะ มีอะตอม 2 ชนิด และอะตอมกลางไม่มี e- เหลือ
ข้อ 27.HCl สภาพขั้วของโมเลกุลโควาเลนต์ พี่เฉลยว่ามีขั้ว แต่น้องคิดว่าไม่มีขั้วเพราะ มีอะตอม 2 ชนิด และอะตอมกลางไม่มี e- เหลือ
ข้อ 28.HI สภาพขั้วของโมเลกุลโควาเลนต์ พี่เฉลยว่ามีขั้ว แต่น้องคิดว่าไม่มีขั้วเพราะ มีอะตอม 2 ชนิด และอะตอมกลางไม่มี e- เหลือ

2 . การเลือกแขนของอะตอมกลางค่ะ
เช่น การเขียนสูตรของ NI3 มีแขนให้เลือก 2 แบบคือ +5 และ -3
      ถ้าเลือก +5 จะทำให้รูปร่าง เป็น ปิรามิดฐานสามเหลี่ยม
      แต่ถ้าเลือก -3 จะทำให้รูปร่าง เป็น รูปสามเหลี่ยมแบบราบ

  "ขอบคุณค่ะ" ^^
Logged
Hero_Tutor_6
Guest
« Reply #1 on: October 17, 2012, 04:39:55 PM »

 Huh Huh
เฉลย เฉลย ครับผม

 Grin เอาเรื่องการมีขั้วก่อนแล้วกันนะครับ ขออธิบายเป็นสองข้อใหญ่ๆในการดูเรื่องการมีขั้วและไม่มีขั้ว

สารมีขั้ว คือธาตุ 2 ตัวที่มี EN ต่างกัน ส่วนสารไม่มีขั้ว ก้อจะมี EN เท่ากัน หรือ พวกที่เป็นสารประกอบโควาเลนซ์เหมือนกันทั้งคู่
แต่จะมีความแตกต่างกันคือ

สารไม่มีขั้ว คืออิเล็กตรอนจะไม่ถูกดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง แต่จะกระจายอยู่เท่าๆกัน เพราะสภาพขั้วเท่ากัน แรงทางไฟฟ้าที่จะดึงอิเล็กตรอนเท่ากัน เช่น O=O (ออกซิเจนเหมือนกัน อิเล็กตรอนจึงกระจายอยู่เท่าๆกัน) O=C=O (คาร์บอนไดออกไซด์ : เนื่องจากมีอะตอมออกซิเจนเหมือนกันทำให้ e โดนดึงไปเท่าๆกัน การกระจายเท่ากัน จึงไม่มีขั้ว) SO2, N2 ,H2O

สารมีขั้ว อิเลกตรอน(e) คือสารที่มีค่า EN ต่างกัน เมื่อสารมีค่า EN ต่างกันจึงถูกดึงไปด้านใดด้านนึงการกระจายไม่เท่ากัน ส่งผลให้ด้านที่มีอะตอมที่มีสภาพสูงกว่าซึ่งดึงe ไปได้มากกว่ามีสภาพขั้วเป็น ลบ และโมเลกุลนั้นจึงมีขั้ว เช่น H2S, HBr , NH3, PCL3(HBr : Br มี EN สูงว่า H จึงดึงดูด e ไปได้มากกว่า ทำให้ขั้วไปอยู่ทางด้าน Br โมเลกุล Hbr จึงมีขั้ว)

จากข้อ 27 28 แน่นอน CI และ I อยู่หมู่ 7 EN สูงโลด จึงดึงดูด e ได้ดีกว่า จึงมีขั้วแน่นอนครับ

มาดูเรื่อง bonding กันบ้างครับ ขออธิบายอย่างงี้นะคับ

แรงดึงดูดระหว่างขั้ว (Dipole-Dipole interaction)เป็นแรงยึดเหนี่ยวที่เกิดระหว่างโมเลกุลที่มีขั้วสองโมเลกุลขึ้นไปเป็นแรงดึงดูดทางไฟฟ้าที่แข็งแรงกว่าแรงลอนดอน เพราะเป็นขั้นไฟฟ้าที่เกิดขึ้นอย่างถาวร โมเลกุลจะเอาด้านที่มีประจุตรงข้ามกันหันเข้าหากัน ตามแรงดึงดูดทางประจุ เช่น  HCl H2S และ CO เป็นต้น

พันธะไฮโดรเจน ( hydrogen bond ) เป็นแรงยึดเหนี่ยวที่มีค่าสูงมาก โดยเกิดระหว่างไฮโดรเจนกับธาตุที่มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวเหลือ เกิดขึ้นได้ต้องมีปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ไฮโดรเจนที่ขาดอิเล็กตรอนอันเนื่องจากถูกส่วนที่มีค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีสูงในโมเลกุลดึงไป จนกระทั้งไฮโดรเจนมีสภาพเป็นบวกสูงและจะต้องมีธาตุที่มีอิเลคตรอนคู่โดดเดี่ยวเหลือและมีความหนาแน่นอิเลคตรอนสูงพอให้ไฮโดรเจนที่ขาดอิเลคตรอนนั้น เข้ามาสร้างแรงยึดเหนี่ยวด้วยได้เช่น H2O HF NH3 เป็นต้น

ข้อ 6 เปนพันธะไฮโดรเจนคับ เหตุผลที่อธิบายข้างต้นนะครับ

ข้อ 12 เปนแรงระหว่างขั้วครับไม่ใช้แรงลอนดอนแน่นอน

อธิบายแรงลอนดอนไว้คราวๆนะครับ

 แรงลอนดอน ( London Force) เป็นแรงที่เกิดจากการดึงดูดทางไฟฟ้าของโมเลกุลที่ไม่มีขั้วซึ่งแรงดึงดูดทางไฟฟ้านั้นเกิดจากการเลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอย่างเสียสมดุลทำให้เกิดขั้วเล็กน้อย และขั้วไฟฟ้าเกิดขึ้นชั่วคราวนี้เอง จะเหนี่ยวนำกับโมเลกุล
ข้างเคียงให้มีแรงยึดเหนี่ยวเกิดขึ้น


Logged
Pages: [1]   Go Up
Print
Jump to: